อาหารภาคใต้ อาหารพื้นเมืองสุดแซ่บ

อาหารภาคใต้

อาหารภาคใต้ อาหารพื้นเมืองสุดแซ่บ – ภาคใต้เป็นภาคที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลมากที่สุด ลักษณะภูมิประเทศ เป็นแหลมที่ยื่นลงไปในทะเลผู้คนที่อาศัยในดินแดนแถบนี้จึงนิยมทำการประมงเพราะมีทรัพยากรในท้องทะเลมากมาย เมื่ออาศัยอยู่ชายทะเล อาชีพเกี่ยวข้องกับทะเล  อาหารหลักในการดำรงชีวิตจึงเป็นอาหารทะเล อาหารส่วนใหญ่ของคนภาคใต้ มักเกี่ยวข้องกับปลา และสิ่งอื่น ๆ  จากท้องทะเล อาหารทะเลหรือปลาโดยธรรมชาติจะมีกลิ่นคาวจัด  อาหารภาคใต้จึงไม่พ้นเครื่องเทศ  โดยเฉพาขมิ้นดูจะเป็นสิ่งที่แทบจะขาดไม่ได้เลย เพราะช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดีนัก ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้จะมีสีออกเหลือง ๆ แทบทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นแกงไตปลา แกงส้ม แกงพริก ปลาทอด ไก่ทอด ก็มีขมิ้นกันทั้งสิ้น และมองในอีกด้านหนึ่งคงเป็นวัฒนธรรมการกินที่ผสมผสานกลมกลืนกันระหว่างชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในภาคใต้นั่นเอง    เพราะชีวิตของคนภาคใต้ เกี่ยวข้องกับทะเล   เมื่อออกทะเลหาอาหารมาได้มากเกิดรับประทานให้หมดในหนึ่งมื้อได้  คนภาคใต้จึงนำอาหารที่ได้จากทะเลมาทำการถนอมอาหาร  เช่น  กุ้งส้ม   ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กุ้งแตะซึ่งจะมีสีเขียวชนิดนี้เมื่อนำมาทำเป็นกุ้งส้ม สีจะออกแดง ๆและมีรสเปรี้ยว การทำกุ้งส้มนั้น นำกุ้งมาหมักกับเกลือ น้ำตาลทราย   หมักทิ้งไว้ประมาณ 7 วันจนมีรสเปรี้ยว จึงนำมาทำอาหารรับประทานได้

อาหารภาคใต้เมนูสะตอผัดกะปิกุ้งสด หากพูดถึงเมนูที่จัดจ้าน คงไม่มีใครไม่นึกถึงสะตอผัดกะปิใส่กุ้ง เป็นเมนูอาหารรสชาติร้อนแรง รับประทานได้ง่าย รสชาติทั้งความเค็ม เปรี้ยว มันหวานเล็กน้อย มีความหอมผสมผสานจากกะปิ พริกแห้งและสะตอถือเป็นเมนูที่ได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูง ด้วยสะตอเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมมากภาคใต้ใส่หมูหรือใส่กุ้งเพื่อเพิ่มให้ได้รับโปรตีนมากขึ้น รับรองแค่ว่ามีข้าวสวยร้อน ๆ สักจานทานคู่กับเมนูสะตอยังไงก็เอาอยู่จ้า

อาหารภาคใต้เมนูแกงเหลือง หรือเรียกว่าแกงส้มปักษ์ใต้ซึ่งมีความแตกต่างจากแกงส้มในภาคอื่น ๆ เนื่องจากใช้พริกแกงส้มที่มีส่วนผสมของขมิ้น เข้ามาทำให้สีแกงเป็นสีเหลืองมักใช้แกงกับหน่อไม้ดอง มะละกอ ไหลบัว บอนหรือผักอื่นๆ ตามใจชอบเพิ่มโปรตีนด้วยกุ้งหรือปลาสดนิยมเป็นปลากะพง ปลานิล ปลากระบอก ฯลฯ รสชาติต้องจัดจ้านโดยเฉพาะแกงเหลืองหน่อไม้ดอง จะนิยมกินกันเป็นพิเศษด้วยน้ำแกงเข้มข้นอย่างดีกับรสเปรี้ยวของหน่อไม้ดอง

อาหารภาคใต้เมนูผักเหลียงผัดไข่ ซึ่งผักเหลียงเป็นผักพื้นบ้านของทางภาคใต้มีรสชาติที่แปลกกว่าผักชนิดอื่นและกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากรสชาติมันจึงนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ผัด ต้ม หรือรับประทานสด โดยเฉพาะเมนูผักเหลียงผัดไข่ สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ไม่ชอบทานผักจะสามารถรับประทานเมนูนี้ได้

อาหารภาคใต้เมนูขนมจีนน้ำยาใต้จะเป็นน้ำยากะทิแบบคนใต้ กล่าวคือใช้เครื่องแกงกะปิปักษ์ใต้ รสชาติจะเข้มข้น หอมพริกแกง ใบมะกรูด ที่สำคัญคือเนื้อปลาต้ม เมื่อนำมาตำรวมกับเครื่องแกงจะมีความหอมเวลารับประทานและความฟูของเนื้อปลาจะทำให้รสชาติมีความกลมกล่อมเข้ากับกะทิเค็มมันบางสูตรอาจจะดัดแปลงใส่เป็นเนื้อปูก็อร่อยไปอีกแบบจ้า

อาหารภาคใต้เมนูแกงไตปลา เป็นแกงที่ใช้กะเพาะของปลานำมาแปรรูปถนอมอาหารหมักกับเกลือนำมาทำน้ำพริกรวมถึงแกงไตปลายอดฮิตบางสูตรก็ไม่ใส่กะทิแต่มีรสชาติกลมกล่อม เค็ม ไตปลาหมักเผ็ดร้อนเครื่องแกงที่ร้อนแรงทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะ

อาหารภาคใต้เมนูข้าวยำ เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพเนื่องจากมีวัตถุดิบที่ใช้ผักค่อนข้างเยอะและยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วยจ้า ถือเป็นจานเด็ดเพื่อสุขภาพให้สารอาหารครบถ้วนจ้า

วันนี้ยังไม่หมด เรายังมีสูตรอาหารสำหรับคนที่อยากเข้าครัวนะจ๊ะ ตามไปดูกันเลย

เมนูอาหารใต้รสเด็ดมีจุดเด่นที่รสชาติเผ็ดร้อน เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องสมุนไพรรสเข้มข้น สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจอยากลองทำ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 15 เมนูอาหารใต้ยอดนิยม ใครไม่กลัวเผ็ด เชิญ !

อาหารใต้

คั่วกลิ้งหมู

คั่วกลิ้งหมู อาหารใต้สุดฮอตที่ทุกคนรู้จักดี หอมกลิ่นน้ำพริกคั่วกลิ้ง ผัดรวมกับเนื้อหมูสับ ติดมันเล็ก ๆ สุดท้ายโรยใบมะกรูดซอย อูย… เห็นแล้วเปรี้ยวปากจริง ๆ

ส่วนผสม คั่วกลิ้งหมู

• หมูเนื้อแดงสับ 200 กรัม
• น้ำพริกคั่วกลิ้ง 2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่ม-ลดได้ตามความเผ็ดที่ชอบ)
• กะปิอย่างดี 1/2 ช้อนชา (ควรชิมรสชาติของน้ำพริกแกงก่อนใส่กะปิ เพราะน้ำพริกแกงแต่ละร้านมีความเค็มไม่เท่ากัน)
• น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
• น้ำปลา (ปรุงรส) 1 ช้อนชา
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
• ใบมะกรูดซอย 6 ใบ
• พริกไทยอ่อน 1 ช่อ

วิธีทำคั่วกลิ้งหมู

• 1. โขลกน้ำพริกคั่วกลิ้งกับกะปิให้พอเข้ากัน เตรียมไว้

• 2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ พอร้อนใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดจนเกือบสุก

• 3. จากนั้นใส่น้ำพริกคั่วกลิ้งลงไปผัดกับหมูสับให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ

• 4. ปิดไฟแล้วใส่พริกไทยอ่อนและใบมะกรูดซอยลงไปผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามชอบ

 

อาหารใต้

หมูผัดกะปิ

คออาหารใต้คงต้องรู้จักเมนูหมูผัดกะปิเป็นอย่างดี ใครมีกะปิเหลือ ๆ ก็ลองดูจ้า จับไปผัดกับเครื่องหอม ๆ และหมูติดมันเบา ๆ เสิร์ฟกับข้าวสวยนี่สุดยอดเลย

ส่วนผสม หมูผัดกะปิ

• กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม 5 กลีบ
• หอมแดงซอย 2-3 หัว
• ตะไคร้ซอย 1/4 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เพื่อความหอม)
• พริกขี้หนูหั่น 2 เม็ด
• สันคอหมูติดมัน 250 กรัม (หั่นเป็นชิ้นหนา)
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทราย
• ใบมะกรูดซอย
• พริกชี้ฟ้าสีแดง (หั่นเฉียง)

วิธีทำหมูผัดกะปิ

• 1. นำกะปิ กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ และพริกขี้หนูไปโขลกจนละเอียด เตรียมไว้

• 2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ลงผัดใช้ไฟอ่อน พอหอมก็ใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก

• 3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ โรยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าหั่นเฉียงลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

อาหารใต้

ผัดสะตอกุ้งสด

ผัดสะตอกุ้งสด อีกหนึ่งเมนูอาหารใต้เอาใจคนไม่กลัวกลิ่นฉุน สูตรนี้ใส่ทั้งหมูสับและกุ้ง ลองมโนตามกลิ่นกันดูนะคะ คงจะหอมจริง ๆ เลยล่ะ

ส่วนผสม ผัดสะตอกุ้งสด

• น้ำพริกแกง 4 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด) 1 ช้อนโต๊ะ
• กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลัง) 100 กรัม
• หมูสับ 100 กรัม
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
• สะตอ (แกะเปลือก) 100 กรัม

ส่วนผสม น้ำพริกแกง

• กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดง 2 หัว
• กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
• กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
• พริกขี้หนู 10-15 เม็ด

วิธีทำน้ำพริกแกง

• 1. โขลกกระเทียมกับหอมแดงและกุ้งแห้งจนละเอียด

• 2. ใส่กะปิและพริกขี้หนูลงไปโขลกให้ละเอีนยดเข้ากัน เตรียมไว้

วิธีทำผัดสะตอกุ้งสด

• 1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดจนหอม

• 2. ใส่หมูสับและกุ้งลงผัดจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา

• 3. ใส่สะตอลงผัดจนสุกหอม ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

อาหารใต้


ผัดสะตอสามรส

ถ้าผัดสะตอทั่วไปรสชาติเผ็ดแซ่บเกินไปสำหรับคนไม่ชอบอาหารรสจัด ลองเปลี่ยนมาทำเมนูผัดสะตอ 3 รส สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 2228164 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้นะคะ อร่อยเหมือนกันเลย

ส่วนผสม ผัดสะตอสามรส

• น้ำพริกแกง
• เนื้อไก่
• น้ำเปล่า
• กุ้ง
• น้ำตาลปี๊บ
• น้ำปลา
• น้ำมะขามเปียก
• สะตอ
• พริกหนุ่ม หรือพริกหยวกหั่น
• หอมใหญ่ (หั่นเต๋า)
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

ส่วนผสม น้ำพริกแกง

• พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แกะเม็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม)
• หอมแดง
• กระเทียม
• กะปิ
• เกลือ

วิธีทำน้ำพริกแกง

• 1. นำส่วนผสมน้ำพริกแกงทั้งหมดมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้

วิธีทำผัดสะตอ

• 1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดให้หอม

• 2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่กุ้งลงไปผัด

• 3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกตามชอบ ชิมรสให้เป็นสามรส

• 4. ใส่สะตอลงไปผัด พอสะตอใกล้จะสุก ใส่พริกหนุ่มและหอมใหญ่ลงไปผัดประมาณ 2 นาที ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

 

อาหารใต้

ผัดไทยไชยา

ผัดไทยไชยา เมนูเส้นแบบง่าย ๆ สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1136170 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมไม่ต้องใส่ไข่หรือเนื้อสัตว์อะไร จุดเด่นอยู่ที่น้ำผัดไทย เสิร์ฟกับถั่วงอกดิบ และใบกุยช่าย ลงทุนน้อยแต่อร่อยเกินคุ้ม

ส่วนผสม น้ำผัดไทย

• น้ำพริกเครื่องก๋วยเตี๋ยว 1 กิโลกรัม (สูตรอยู่ด้านล่าง)
• หอมแดง 2 กิโลกรัม
• มะขามเปียก 1/2 กิโลกรัม
• กะทิ 4 กิโลกรัม
• น้ำตาลปี๊บอย่างดี 5 กิโลกรัม
• น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
• กะปิ เล็กน้อย
• เกลือเม็ด เล็กน้อย
• น้ำมันพืช เล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำพริกเครื่องก๋วยเตี๋ยว

• พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1 กิโลกรัม
• หอมแดง 3 กิโลกรัม
• เกลือเม็ด เล็กน้อย

ส่วนผสม เครื่องก๋วยเตี๋ยวอื่น ๆ

• ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก หรือเส้นหมี่ (ยี่ห้อที่นิยมใช้คือ ตราดอกบัว)
• ถั่วงอกดิบ หรือกะหล่ำปลีซอย
• ใบกุยช่าย

วิธีทำน้ำพริกเครื่องก๋วยเตี๋ยว

• 1. ผ่าพริกแห้งแล้วนำเม็ดออก นำไปแช่น้ำจนนิ่ม เตรียมไว้

• 2. นำหอมแดงไปแช่น้ำแล้วปอกเปลือกออก (เคล็ดลับ : ถ้านำหอมแดงไปแช่น้ำจะทำให้ปอกง่ายและไม่แสบตา)

• 3. ปั่นผสมพริกแห้งที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วกับหอมแดง และเกลือเม็ดจนละเอียด เตรียมไว้สำหรับทำน้ำผัดไทย

วิธีทำน้ำผัดไทยไชยา

• 1. ปอกเปลือกหอมแดงออกแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้

• 2. นำมะขามเปียกมาคั้นกับน้ำ เตรียมไว้

• 3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟไม่ต้องรอให้เดือด ใส่หอมแดงปั่น น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย กะปิ และเกลือเม็ดลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากัน เคี่ยวจนเดือด ชิมรสตามชอบ (ให้รสชาติหวานนำตามด้วยเปรี้ยว และเค็มตามลำดับ) เคี่ยวต่ออีกสักครู่แล้วปิดไฟ (ไม่ต้องเคี่ยวนานเพราะเดี๋ยวกะทิจะแตกมัน) เตรียมไว้ผัดกับเส้น

วิธีทำผัดไทยไชยา

• 1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยว (1 กิโลกรัม) กับน้ำผัดไทย (1.2 กิโลกรัม) *ถ้าน้ำผัดไทยรสชาติเข้มข้นเกินไปให้ใส่น้ำเปล่าเพิ่มลงไป 1 แก้ว* ผัดจนเส้นสุก

• 2. ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับถั่วงอกดิบ และใบกุยช่าย

 

อาหารใต้

แกงเหลืองมะละกอกุ้ง 

ใครอยากกินแกงเหลืองมะละกอกุ้งแบบกุ้งเน้น ๆ ต้องทำเองเท่านั้น ขอแนะนำสูตรจากเฟซบุ๊ก Icook Bykucook สูตรนี้จับกุ้งแม่น้ำตัวโตลงไปต้มกับน้ำพริกแกงใต้และมะละกอ อูย… น่าลอง

ส่วนผสม แกงเหลืองมะละกอกุ้ง

• น้ำพริกแกงใต้ 100 กรัม
• น้ำเปล่า
• มะละกอดิบ (หั่นเป็นชิ้น) 300 กรัม
• น้ำมะขามเปียก
• น้ำตาลทราย
• กุ้งแม่น้ำ 1-2 ตัว (หรือกุ้งแชบ๊วย)

วิธีทำแกงเหลืองมะละกอกุ้ง

• 1. ใส่น้ำพริกแกงใต้และมะละกอลงในหม้อ เติมน้ำเปล่าลงไป (กะพอให้ท่วมมะละกอ) คนให้น้ำพริกละลายแล้วเปิดไฟต้ม

• 2. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ

• 3. พอส่วนผสมเดือดแล้วใส่กุ้งลงไปต้มจนสุก ชิมรสอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

อาหารใต้


แกงส้มหน่อไม้ดอง

ถ้าใครชอบหน่อไม้ดองคงต้องทำแกงส้มหน่อไม้ดองรสแซ่บ สูตรจาก คุณเนินน้ำ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม อร่อย ๆ แบบนี้เลย รับรองถึงใจ

ส่วนผสม แกงส้มหน่อไม้ดอง

• หน่อไม้ดอง
• น้ำพริกแกงส้ม
• น้ำมะขามเปียก
• น้ำปลา
• น้ำตาลปี๊บ
• ปลาสด หรือกุ้งสด ตามชอบ
• ใบมะกรูด

วิธีทำแกงส้มหน่อไม้ดอง

• 1. นำหน่อไม้ดองไปต้ม แล้วเทน้ำทิ้งสัก 1 รอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ

• 2. นำน้ำพริกแกงส้มไปละลายน้ำ นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ

• 3. พอน้ำแกงเดือดจัด ใส่ปลาลงไปต้มให้สุก ระหว่างนี้ห้ามคนเด็ดขาดเพื่อไม่ให้คาว (กรณีใช้กุ้งสดให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป โดยใส่กุ้งสดในขั้นตอนสุดท้าย)

• 4. ใส่หน่อไม้ที่เตรียมไว้ลงไป พอเดือดชิมรสอีกครั้งให้ถูกใจ ใส่ใบมะกรูด ปิดไฟ (หากใช้ปลาทะเลที่มีกลิ่นคาวจัด ควรเพิ่มน้ำมะกรูดและลูกมะกรูดลงไปช่วยดับคาว) ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟค่ะ

อาหารใต้


แกงส้มปลากระบอก

แกงส้มปลากระบอก อาหารใต้รสชาติถึงใจ สูตรจาก หนังสือ หร๊อยข๋าดอาห๊ารใต้ ครัวหนังตะลุง น่ากินขนาดนี้ เห็นทีต้องทำหม้อโตจะได้กินได้หลาย ๆ มื้อ

ส่วนผสม แกงส้มปลากระบอก

• เครื่องแกงส้มที่โขลกแล้ว (ขมิ้น พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม เกลือ และกะปิอย่างดี) 1 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อปลากระบอก (หั่นเป็นชิ้นพอคำและลวกสุก)
• ผักสด เช่น ยอดมะพร้าว ผักขี้หนู หน่อไม้ดอง และอ้อดิบ)
• น้ำตาลปี๊บ
• น้ำปลา
• น้ำมะนาวสด

วิธีทำแกงส้มปลากระบอก

• 1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องแกงลงไป

• 2. ใส่ผักลงไป พอผักสุก ใส่เนื้อปลากระบอกลงไป รอจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวสด พร้อมเสิร์ฟ

อาหารใต้

10. แกงไตปลา

แกงไตปลารสเด็ดต้องตำรับภาคใต้เท่านั้น แต่จะใส่ปลาโอหรือปลาทูก็ตามชอบ เลือกใส่ผักสดได้แบบไม่ต้องยั้ง ทั้งถั่วฝักยาว ฟักทอง และมะเขือเปราะ สุดท้ายก็ใบมะกรูด ถ้าส่วนผสมพร้อมแล้วอย่ามัวรีรอ ลุย !

ส่วนผสม แกงไตปลา

• ไตปลาอย่างดี 1 ขวด
• น้ำ 1.5 ลิตร
• น้ำพริกแกงเผ็ด 200 กรัม
• น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส)
• น้ำตาลทราย (ปรุงรส)
• ปลาโอย่าง 1 ตัว หรือปลาทูนึ่ง 5 ตัว (แกะเอาเฉพาะเนื้อ)
• ใบมะกรูด (ฉีกก้านกลาง) 10 ใบ
• ผักสดตามชอบ เช่น หน่อไม้ไร่ ถั่วฝักยาว ฟักทอง มะเขือเปราะ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ อย่างละ 100 กรัม

วิธีทำแกงไตปลา

• 1. ต้มไตปลาในหม้อ คนผสมจนละลาย ยกลงจากเตา กรองเอาแต่เฉพาะน้ำไตปลา เตรียมไว้

• 2. ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงคนผสมจนละลาย นำขึ้นตั้งไฟแรง ต้มจนเดือด จากนั้นใส่ไตปลาลงต้ม คนผสมให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ

• 3. ใส่เนื้อปลาที่แกะเตรียมไว้ลงต้มจนเดือด ชิมรส จากนั้นใส่ผักที่หั่นเตรียมไว้ และใบมะกรูดลงต้มจนสุก ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

อาหารใต้


แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

ใครชอบกินหอยแครงลองมาดูแกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

ส่วนผสม แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

• น้ำซุป 4 ถ้วย
• น้ำพริกแกงเผ็ดใต้ 150 กรัม
• กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อหอยแครง
• น้ำปลา
• ใบยี่หร่า

วิธีทำแกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

• 1. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ใส่พริกแกงเผ็ดใต้ลงไปพร้อมกับกะปิ (แกงพริกต้องใส่กะปิเยอะ ๆ) คนผสมให้เข้ากันจนน้ำแกงเดือดแล้วใส่เนื้อหอยแครงลงไป

• 2. พอน้ำแกงเดือด จัดการชิมรสเค็มของแกงก่อน เพราะใส่กะปิเยอะและเนื้อหอยแครงจะมีรสเค็ม แล้วค่อยปรุงรสเค็มเพิ่มด้วยน้ำปลา จากนั้นใส่ใบยี่หร่า คนผสมให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ

อาหารใต้


12. ขนมจีนน้ำยาปู 

ขนมจีนน้ำยาปูใคร ๆ ก็รู้ว่าต้องตำรับภาคใต้เท่านั้น

ส่วนผสม ขนมจีนน้ำยาปู

• หัวกะทิกับหางกะทิ 2 กิโลกรัม
• พริกแกงใต้ 500 กรัม
• กรรเชียงปู 800-1,000 กรัม
• น้ำตาลปี๊บ (ตามชอบ)
• เกลือ (ตามชอบ)
• ส้มแขก (ตามชอบ)
• ขนมจีน
• ผักซอย (ตามชอบ)
• ไข่ต้ม

วิธีทำขนมจีนน้ำยาปู

• 1. เคี่ยวหัวกะทิให้แตกมัน จากนั้นใส่พริกแกงใต้ลงไปผัดให้หอม

• 2. ใส่หางกะทิลงไปคนให้เข้ากัน ปรุงรสเค็มหวานตามชอบ ใส่ส้มแขกลงไปจะทำให้มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ปล่อยให้เดือด

• 3. ใส่เนื้อปูลงไปคนให้เข้ากันอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เนื้อปูแตก ปล่อยให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟ

• 4. ตักราดขนมจีน กินพร้อมผักซอย ไข่ต้ม (มันดีงามมาก ๆ)

 

อาหารใต้


13. ขนมจีนแกงปูใบชะพลู 

ขนมจีนแกงปูใบชะพลู

ส่วนผสม ขนมจีนแกงปูใบชะพลู

• น้ำพริกแกง (กระเทียม หอมแดง พริกขี้หนู ตะไคร้ ขมิ้น และพริกไทยดำ โขลกรวมกัน)
• กะปิ
• เนื้อปู
• หัวกะทิ
• หางกะทิ
• ใบชะพลู (หั่นหยาบ)
• น้ำตาลทราย
• เกลือ
• ขนมจีน

วิธีทำขนมจีนแกงปูใบชะพลู

• 1. นำหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ใส่หัวกะทิลงไปพอร้อน

• 2. ใส่เครื่องแกงและกะปิลงไป

• 3. คนส่วนผสมให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน ๆ พอเดือด เริ่มมีกลิ่นหอมของเครื่องแกง ค่อย ๆ เติมหางกะทิ ต้มจนได้ที่ แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและเกลือ ชิมให้ได้รสที่ต้องการนะคะ แนะนำว่าควรใช้น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลปึกนะ จะทำให้รสชาติน้ำแกงที่กลมกล่อมกว่า แต่ ณ เพลานั้น นุ้ยคว้าอะไรได้ก็จัดเลย

• 4. หลังจากปรุงรสตามชอบแล้ว นุ้ยเลือกที่จะใส่เนื้อปูก่อนเนื่องจากว่า ที่บ้านมีเด็กน้อยที่ไม่ชอบกลิ่นใบชะพลู จึงไว้ใส่ตอนท้าย

• 5. หลังจากนั้นใส่ใบชะพลูตามลงไปได้เลยค่ะ คนอีกรอบแบบเบามือหน่อย ระวังเนื้อปูจะเละค่ะ

• 6. รอเดือดได้ที่ ตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย

หมายเหตุ : 

• 1. เริ่มจากน้ำพริกแกง ในน้ำพริกแกงจะประกอบไปด้วยกระเทียม หอมแดง พริกขี้หนู ตะไคร้ ขมิ้นและพริกไทยดำ (หลายสูตรใส่กระชายและผิวมะกรูดด้วย แต่นุ้ยไม่ชอบกลิ่นเลยไม่ใส่คะ) และต้องขออภัยที่ไม่ได้บอกสัดส่วนของส่วนประกอบแต่ละอย่าง เพราะตอนทำหยิบใส่แบบลืมตัวไม่มีสูตรที่แน่นอนชั่งตวงวัด และครั้งนี้ก็ทำถ้วยเล็ก ๆ กลัวบอกไปแล้วจะคลาดเคลื่อน

• 2. กะปิ เลือกใช้กะปิอย่างดี ใส่แค่นี้เพียงพอสำหรับ 1 หนึ่งถ้วยค่ะ ห้ามใส่เยอะนะเดี๋ยวจะมีกลิ่นกะปิมากจนเกินไป

• 3. เนื้อปูแกะ นุ้ยซื้อมาจากตลาดจากในถ้วย ปริมาณเกือบ 200 กรัม ราคา 100 บาท นุ้ยไม่แน่ใจว่า ราคานี้ถูกหรือแพง เพราะไม่ได้จ่ายตลาดเองนานพอควรเลยค่ะ

• 4. น้ำกะทิ ให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะคะ คือ หัวกะทิและหางกะทิ ไม่แนะนำให้ใช้กะทิกล่องนะคะ นุ้ยว่าความหอมหวานอร่อยต่างกันเยอะเลย แต่สำหรับใครที่ไม่สามารถหาซื้อกะทิคั้นสด อนุโลมกันได้ค่ะ

• 5. ใบชะพลู เลือกใบที่ไม่แก่เกินไปนะคะ นำมาหั่นหยาบ ๆ ไม่ต้องซอยละเอียดนะ นุ้ยเคยพลาดมาแล้ว

• 6. น้ำตาลปี๊บและเกลือ ปรุงรสตามชอบเลยคะ แต่แนะนำว่า อย่าใส่เกลือเยอะนะคะ เพราะกะปิก็มีความเค็มอยู่ในตัว จะทำให้น้ำแกงรสชาติเค็มเกินไป

• 7. ขนมจีน นุ้ยซื้อมา 1 กิโลกรัม ราคา 20 บาท