อาหารหวาน ไทยโบราณที่หากินยาก

อาหารหวาน ไทยโบราณที่หากินยาก

อาหารหวาน

อาหารหวาน ไทยโบราณที่หากินยาก – ถ้าพูดถึงขนมไทยโบราณหลายคนอาจจะเคยผ่านตาจากละครพีเรียดทางทีวี หรือลองลิ้มชิมรสความหอมหวานตามร้านขนมไทยมาบ้างแล้ว อาทิ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมลูกชุบ และอื่น ๆ แต่รู้หรือไม่ว่านั่นเป็นเพียงบางส่วนของขนมไทยในสมัยโบราณเท่านั้น อันที่จริงยังมีขนมไทยโบราณอีกหลายชนิดที่เรียกว่าได้เป็น rare item ที่หากินยากในสมัยนี้ บอกชื่อไปบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ อันที่จริงแล้วนอกจากขนมไทยหลายอย่างที่เรารู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมลูกชุบ และขนมไทยอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถหากินได้ในปัจจุบัน ยังมีขนมไทยโบราณอีกหลายชนิดที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์และรสชาติซึ่งรับรองว่าหากเอ่ยชื่อขึ้นมาหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนก็เป็นได้

อาหารหวานขนมไทยเมนูทองพลุ เป็นขนมที่นิยมใช้ในพิธีมงคลต่าง ๆ โดยคำว่าทอง หมายถึงของที่มีค่า ส่วนคำว่า พลุ หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง โดยดัดแปลงมาจากขนมเอแคลร์ของฝรั่งเศสที่ใช้วิธีการอบนั่นเอง ลักษณะของทองพลุจะเป็นก้อนกลมคล้ายหยุดน้ำ สีเหลืองทอง ด้านในเป็นโพรง และมีผิวเรียบสามารถใส่ไส้เพิ่มได้จ้า

อาหารหวาน ขนมไทยเมนูสัมปันนี เป็นขนมมงคลใช้ในพิธีแต่งงาน โดยมีความหมายคือ การเป็นที่รัก เมื่อรับประทานเข้าไปเนื้อขนมจะละลายในปากมีรสหวานและหอมกลิ่นควันเทียน รูปร่างคล้ายดอกไม้มีสีสันสวยงาม มีทั้งสูตรกรอบและนุ่มให้เลือกรับประทานและเช่นเดียวกับทองโปร่ง

อาหารหวานขนมไทยเมนูขนมกง บางคนเรียกว่า ขนมกงเกวียน เป็นขนมไทยโบราณที่มีลักษณะเป็นวงกลมและมีเส้นพาดผ่านคล้ายกับล้อของเกวียน ซึ่งสื่อความหมายถึงการมีความเป็นอยู่อย่างเป็นสุข เปรียบเสมือนให้คู่บ่าวสาวได้ใช้ชีวิตเคียงข้างกันด้วยใจคอที่หนักแน่น มีความรักให้กันตลอดไปเหมือนกงล้อเกวียนและเปรียบได้กับธรรมจักร

อาหารหวานขนมไทยเมนูขนมทองโปร่งหรือขนมหน้านวล เป็นขนมไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณที่ดัดแปลงมาจากขนมโปรตุเกสในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นอีกหนึ่งขนมที่มีความหมายมงคลเช่นกัน ลักษณะของทองโปร่งคือรูปทรงคล้ายเรือ มีสีเหลืองนวล กรอบนอกและด้านในต้องโปร่งมีฟองอากาศของน้ำตาลสีเหลืองอมส้ม เมื่อรับประทายใหม่ ๆ จะมีน้ำตาเยิ้มออกมาด้วยจ้าเป็นขนมที่หาทานยาก

อาหารหวานขนมไทยเมนูขนมพระพาย เป็นขนมที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ใช้แป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำดอกมะลิใส่สีต่างๆ เพื่อหุ้มไส้ที่ประกอบด้วยถั่วเขียวเลาะเปลือกที่บดละเอียดผสมกับกะทิและน้ำตาลปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เมื่อหุ้มเสร็จแล้วนำมาวางบนใบตองที่ตัดเป็นกลม ๆ เมื่อนึ่งสุกแล้วพรมด้วยหัวกะทิ เชื่อกันว่าแป้งข้าวเหนียวที่ใช้หุ้มไส้หมายถึงความเหนียวแน่นมั่นคงและความหวานของไส้คือความรักอันแสนหวาน

อาหารหวานขนมไทยเมนูมะกรูดลอยแก้ว หลายคนยังไม่ทราบว่ามะกรูดสามารถนำมาทำเป็นขนมหวานได้นะคะ เมนูนี้เป็นขนมชาววังขนมไทยแท้เลยแหละ โดยมีวิธีคือการนำมะกรูดลูกโตมาปอกเปลือก แล้วก็เอาเนื้อข้างในออกมาให้หมด แล้วก็ผ่านวิธีทำที่พิถีพิถันก่อนจะนำไปเคี่ยวกับน้ำเชื่อม จากนั้นก็ใส่น้ำแข็งพร้อมทานจ้า

อาหารหวานขนมไทยเมนูส้มฉุน ผลไม้ลอยแก้วแบบพิเศษ อาจจะใช้ลำไย สละ ลองกอง ลิ้นจี่ หรือส้ม ก็ได้ แต่จะต้องมีส้มซ่าเป็นส่วนประกอบ ที่จะเป็นตัวให้น้ำมีกลิ่นหอมและรสชาติไม่เปรี้ยวแหลม แถมยังโรยด้วยมะม่วงเปรี้ยว ขิงอ่อน และหอมเจียว อาจจะดูไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่หากได้ลองชิมแล้วน่าจะติดใจแน่ ๆ

หลังมื้ออาหารแต่ละมื้อจะจบลงได้อย่างสมบูรณ์แบบไปไม่ได้ถ้าหากขาดของหวานตบท้าย เพื่อล้างคาวจากอาหารมื้อหลัก ซึ่งของหวานนั้นก็มีมากมายหลายอย่างจนนับไม่ถ้วน แต่ “ของหวานไทย” ที่มี “กะทิ” เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ก็เป็นทางเลือกของขนมตบท้ายที่น่าสนใจ

วันนี้ ในบ้าน จึงได้รวบรวมเอา 6 เมนู “ของหวานไทย” ซึ่งประกอบไปด้วย กล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน สังขยาฟักทอง ข้าวฟ่างเปียก บวดข้าวโพดมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพดกับมะพร้าวอ่อน และเผือกบวดน้ำกะทิทุเรียน มาให้เพื่อนได้ลองทำไว้รับประทาน ไปชมวิธีทำกันได้เลยครับ

 

1. กล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน

ส่วนผสม

1. กล้วยน้ำว้า

2. หัวกะทิ/หางกะทิเล็กน้อย

3. เนื้อมะพร้าวอ่อน

4. น้ำมะพร้าว

5. น้ำตาล/เกลือ

6. ใบเตย

 

วิธีทำ

1. ต้มกล้วยทั้งเปลือกให้พอสุก ตักแช่น้ำเย็น นำไปนึ่งประมาณ30นาที หั่นเป็นท่อนเตรียมไว้

2. หัวกะทิผสมกับน้ำมะพร้าวให้เข้ากัน ใส่ใบเตย ต้มให้พอร้อนใส่น้ำตาล,เกลือเล็กน้อย และใส่กล้วยลงไปต้มจนเดือดอ่อนๆ ชิมรสชาติตามที่ต้องการ (ระวังอย่าให้เดือดพล่านกะทิจะแตกมัน)

3. ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปต้มให้พอเดือดอีกครั้ง เมื่อได้ที่ปิดไฟได้เลยจ้า

 

2. สังขยาฟักทอง

ส่วนผสม

1. ฟักทองแก่ๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 นิ้ว

2. ไข่ไก่เบอร์0 4ฟอง

3. น้ำตาลปี๊บอย่างดี 200 กรัม (ชอบหวานเพิ่มได้)

4. หัวกะทิ1ถ้วย

5. เกลือป่นเล็กน้อย

6. ใบเตย3-4ใบ

 

วิธีทำ

1. เจาะฝาด้านบนฟักทองทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมตามชอบ เปิดออก ใช้ช้อนตักเมล็ดออกให้หมด ล้างให้สะอาด คว่ำให้สะเด็ดน้ำ

2. ตอกไข่ลงในชาม ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ ใบเตย ขยำจนไข่และน้ำตาลเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมากรองลงในลูกฟักทอง

3. ต้มน้ำให้เดือด วางฟักทองลงในถ้วยแล้วนำไปนึ่ง แต่ถ้าฟักทองไม่พอดีกับถ้วยให้ใช้เชือกมัดตรงกลางลูกให้แน่น แล้วนำไปนึ่งประมาณ30นาทีหรือจนสุก

 

3. ข้าวฟ่างเปียก

ส่วนผสม

1. ข้าวฟ่าง

2. น้ำตาล/เกลือป่น

3. หัวกะทิ

4. ใบเตย/น้ำเปล่า

วิธีทำ

1. เคี่ยวหัวกะทิด้วยไฟอ่อนเหยาะเกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากัน พอให้ระอุปิดไฟพักไว้

2. ล้างข้าวฟ่างให้สะอาด ใส่น้ำใบเตย ต้มจนข้าวฟ่างนุ่ม

3. ใส่น้ำตาลและเกลือเล็กน้อยลงไปคนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามต้องการ

4. ตักใส่ถ้วยราดด้วยหัวกะทิ จะเพิ่มเนื้อมะพร้าวอ่อนก็อร่อย

 

4. บวดข้าวโพดมะพร้าวอ่อน

ส่วนผสม

1. ข้าวโพด

2. มะพร้าวอ่อน

3. หัวกะทิ/นมสด

4. น้ำตาล/เกลือ

 

วิธีทำ

1. ผสมหัวกะทิกับนมให้เข้ากันตั้งไฟกลาง ใส่ข้าวโพดลงไป คอยคนอย่าให้เดือดพล่าน เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย ชิมรสชาติตามชอบ

2. ใส่มะพร้าวอ่อนลงไปคนให้เข้ากัน ปล่อยให้เดือดอ่อนๆอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสริฟได้เลย

 

5. ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพดกับมะพร้าวอ่อน

ส่วนผสม

1. ข้าวเหนียวนึ่งที่เหลือ

2. ข้าวโพด/มะพร้าวอ่อน

3. น้ำตาล

4. หัวกะทิ

5. เกลือ

6. น้ำมะพร้าว/เนื้อมะพร้าว

 

วิธีทำ

1. หัวกะทิใส่เกลือตั้งไฟให้พอร้อน (ห้ามเดือด)คนให้เข้ากัน พักไว้

2. ต้มข้าวเหนียวกับน้ำมะพร้าวคนจนข้าวเหนียวเริ่มจะสุก ใส่น้ำตาลลงไป เหยาะเกลือนิดหน่อยคนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบ

3. ใส่ข้าวโพดและเนื้อมะพร้าวลงไป คนให้เข้ากัน

4. ตักใส่ถ้วยราดด้วยหัวกะทิ